คำถามที่ 219
สวัสดีค่ะ คุณหมอ
มีปัญหาเรื่อง โรค รูมาตอยส์ และ SLE เมื่อประมาณ เดือน สิงหาคม 2547 รู้สึกปวด ข้อมือ
ทั้งสองข้าง เลยไปหาหมอ ที่โรงพยาบาล ธนบุรี 1 หมอคนแรก ก็ได้เอกเรย์ มือดู ก็ปกติ
และตรวจเลือด ด้วย หมอท่านนี้ บอกว่า เป็นโรคแพ้ภูมิ ตัวเอง ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจ ว่าเป็นอย่างไร ก็ไปพบหมอ คนเดิม ประมาณ 3-4 ครั้ง อาการก็ยังไม่ดีขึ้น เลยไปหาหมอโรคข้อ ที่ จุฬา หมอที่จุฬา บอกว่าให้ไปหาอาจารย์ ที่โรงพยาบาลธนบุรีอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอาจารย์โรคข้อ ที่เก่งมาก
และอยู่ใกล้บ้านด้วย จะได้ไม่เสียเวลามาที่จุฬาบ่อยๆก็เลยไปพบคุณหมอท่านนี้ เมื่อ เดือน ตุลาคม 2547 ท่านก็ดูแลอย่างดีจริงๆ ตรวจเลือด เช็คประวัติ โดยละเอียด ตรวจ CBC, ESR, RF SGOT, AIB, GIO ผลปรากฎ ว่า ตัวรูมาตอยส์ ค่อนข้างชัด ซึ่งเมื่อ ประมาณ เดือน สิงหาคม 2550 ผลรูมาตอยส์ 1:640 อาจารย์ ก็ให้ยา Methotrexat และยาแก้ปวดข้อพอดีจำชื่อไม่ได้ ก็กินยามาตลอด มีช่วงที่อาการ กำเริบ ช่วง พย. ธค. มค. ของแต่ละปี และก็กินยา มาตลอด 3 ปี พอมา ต้นปี 2549 เริ่มมีอการคัน ตามลำตัว โดยเฉพาะหลังและในร่มผ้า หมอโรคข้อแนะนำให้ไปหา หมอโรคผิวหนัง คุณหมอโรคผิวหนัง เลยจ่ายยา
1 Simacot (เช้า - เย็น) อย่างละ 1 เม็ด
2 ChloroQuin
3.Pensolone
4.ยาแก้แพ้
กินยาตามหมอสั่ง และ ไปหาหมอต่อเนื่อง บางช่วงก็หยุดยาไปเลย และเริ่มมีอาการ อีก ประมาณ พ.ย.ปีเดียวกัน ก็เป็นๆหายๆ โดยเฉพาะอาการคัน ตอนเย็นถ้าไม่กินยาแก้แพ้ ให้ง่วงจะไม่สามารถหลับได้เลย ก็เลยต้องกินยา ตามรายชื่อข้างบน มาเรื่อยๆบางช่วงที่อาการดีขึ้น ก็จะกินเฉพาะ ยาแก้แพ้ แต่ยาโรคข้อกินมาตลอด อาทิตย์ละ 1 คร้ง (2-3 เม็ด) จากนั้น ประมาณ ต้นปีนี้ 2550 ผมร่วง น้ำหนักลดลง อาการคัน เริ่มเป็นที่ ศีรษะ ข้างหู และคิ้วทั้งสองข้าง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ค่ะ แต่ก็พบหมออยู่ ตามเวลา ที่นัด หมอโรคผิวหนังก็สั่งตรวจเลือด พบว่า Andibody มีค่า Positive 1: 80 White Blood Cel = 3000-3500 Hemogobin 9.00 ( มีแม่เป็นโรคทาลัสซีเมีย) คุณหมอเลยบอกว่า เป็น SLE ช่วงนี้ก็กิน Simacot คู่กับ Chloroquin และยาแก้แพ้ หมอนัด 2 อาทิตย์ ถ้าดีขึ้นจะให้ลดยาลงช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ปวดหัวมากๆ ต้องกินยาไมเกรน( Para 1 , Cafacot 1
,Ponstand 1) จากอาการที่เล่ามา คุณหมอช่วยวินิจฉัย ให้ด้วยค่ะ ว่าเป็น SLE หรือ รูมาตอยส์ เพราะตอนนี้หมอโรคข้อ โอนเรื่องไปให้หมอโรคผิวหนังและให้สั่งยาให้ด้วยเขาบอกว่าถ้าปวดข้อแล้วค่อยกลับไปหาท่านใหม่และจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร เพราะรู้สึกเพลียง่ายและไม่ค่อยมีแรง เท่าไหร่ ตอนนี้ อายุ 45 ปี น้ำหนัก จาก 50 กก. เหลือ 46 กก. รบกวนคุณหมอเท่านี้ก่อนนะค่ะ ถ้าคำตอบที่คุณหมอ ตอบจะได้ให้ความรู้กับผู้ป่วยอื่นๆ บ้าง ก็ขอยกความดีทั้งหมดให้คุณหมอ นะคะ
ที่เป็นผู้เสียสละเพื่อสังคม น่ายินดีจริงๆที่มีคนแบบนี้อยู่ในสังคม
Best regards,
ตอบ
- โรค เอส แอล อี และโรครูมาตอยด์ เป็นโรคแพ้ภูมิตนเอง ส่วนจะเป็นโรคใดนั้นขึ้นกับอาการแสดงเป็นหลัก โรครูมาตอยด์เป็นโรคแพ้ภูมิตนเองต่ออวัยวะข้อเป็นหลัก คือจะมีอาการข้ออักเสบ แต่ก็สามารถมีอาการนอกข้อได้ เช่น ตาอักเสบ, ตาแห้ง, เส้นเลือดอักเสบ ส่วน เอส แอล อี เป็นโรคแพ้ภูมิต่อหลาย ๆ อวัยวะ, อาการทางข้อเป็นอาการแสดงหนึ่งของโรค เอส แอล อี เท่านั้น ในกรณีของคุณ ถ้าคุณหมอตรวจแล้ววินิจฉัยว่าผื่นเป็นจาก เอส แอล อี คุรก็คงเป็นโรค เอส แอล อี ส่วนการรักษานั้น ขึ้นกับอาการเป็นหลัก โดยอาศัยดูว่าอวัยวะที่เกิดการอักเสบนั้น เป็นอวัยวะสำคัญหรือไม่ รุนแรงเท่าใด จึงจะเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับอาการ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นโรคใด (เอส แอล อี หรือ รูมาตอยด์) การรักษาก็ขึ้นอยู่กับอาการเป็นหลักค่ะ
- ยา chloroquine สามารถควบคุมผื่นและอาการปวดข้อได้ แต่ออกฤทธิ์ช้า บางครั้งจึงจำเป็นต้องมียาอื่นมาช่วยบรรเทา แต่ถ้าใช้แล้วไม่ได้ผล ก็ยังมียาอื่นที่จะช่วยได้เช่นกันขึ้นกับอาการเป็นหลัก
พ.ญ.พิณทิพย์
|