คำถามที่ 211

สวัสดีครับ

น้องสาวผมเป็นโรค SLE ซึ่งหมอพึ่งได้สรุปว่าเป็นโรคนี้เมื่อประมาณต้นเดือน ต.ค. 50 แต่ก่อนหน้านั้นยังให้อยู่ในกลุ่มของโรคไต (เป็นมาประมาณ 3-4 ปี) เนื่องจากผลการวิเคราะห์เลือด / ปัสสาวะ ยังไม่มีเหตุชี้ชัดไปทาง SLE (หมอบอกว่าไม่ต้องตกใจเพราะแค่เปลี่ยนชื่อเรียก
จากโรคไต มาเป็น SLE เท่านั้น) เป็นโรคไตมาได้ประมาณ 1 ปี ก็มีเหตุให้ต้องผ่าตัดสมอง เนื่องจากเป็นโรค โมยา โมย่า (หมอเค้าบอกมาอย่างนั้น) ลักษณะคล้ายเส้นเลือดในสมองตีบ
ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองด้านขวาไม่พอ การผ่าตัดจึงต้องเอาเส้นเลือดฝอยมาแปะเพื่อให้มีเลือดเลี้ยงสมองแทนเส้นเลือดหลัก ผลจากการผ่าตัดทำให้แขนซ้ายใช้งานไม่ได้ 100% (จับซ่อมกินข้าวยังไม่ได้เลย) แต่สามารถจับวัตถุขนาดใหญ่ได้ หรือหิ้วถุงได้แต่ไม่นานจะมีอาการหมดแรงและของตกโดยไม่รู้ตัว ก็ให้ทำกายภาพโดยนวดแป้งอยู่เสมอ (หมอแนะนำให้ทำมิฉะนั้นจะมีผังผืด) แต่โรคไตก็ยังไปรักษาอยู่เสมอตามที่หมอนัดยาที่กินก็กิน วันเว้นวัน (Prednisolone) จนมาเมื่อมกราคม 2550 น้องเค้ามีอาการทางจิต คือพูดคนเดียว, นอนไม่หลับ (ทั้งคืนติดต่อกัน 4-5 คืน),ฟุ้งซ่าน, อารมณ์แปรปรวน, เพ้อ (ว่าเห็นคนนั้นคนนี้มาหาเหาะมาทางหน้าต่าง,มีพ่อ(ตายไปแล้ว)อยู่ในตัว ฯลฯ ไปหาหมอที่จุฬาฯ (โรคไตก็รักษาที่นี่) ทางจิตเวช ก็มีการตรวจซึ่งครอบคลุมไปถึงโรคทางสมองที่ไปผ่าตัดมาด้วยก็ไม่พบความผิดปกติทางสมองจึงให้ยา

-Seroquel 100 mg
-Prenarpil 2 mg

(กินในกรณีนอนไม่หลับ) ประมาณ 2-3 อาทิตย์ อาการก็สงบและก็สงบเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อประมาณต้น พ.ย. 50 อาการทางจิตกำเริบมีอาการเหมือนเป็นครั้งแรก วันเสาร์ที่ 3 พ.ย. 50 ไปหาหมอที่จุฬาฯ แนะนำให้เพิ่มยา Seroquel จาก 100 mg เป็น 200mg และสามารถให้กินทั้ง 100 mg / 200 mg ร่วมกันได้หากนอนไม่หลับ หลังจากหาหมอก็ให้กิน 200 mg ร่วมกับ Prenarpil 2 mg คืนแรกหลับดี (หลังจากไม่ได้หลับมา 4-5 คืน ) ประมาณ 10 ชั่วโมงคืนที่สองให้กินขนาดเท่ากับครั้งแรก ปรากฏว่าเอาไม่อยู่ ไม่นอนทั้งคืนเหมือนเดิม คืนที่สามจึงให้ทั้ง 200 mg / 100 mg และ Prenarpil 2 mg หลับดีประมาณ 7 ชั่วโมง (ตกเตียงเลยตื่นและไม่หลับ) มาอ่านเจอในเวปว่าผู้ป่วย SLE บางรายอาจมีอาการทางจิตร่วมอยู่ด้วยหาก SLE กำเริบ จึงอยากเรียนถามว่า

1. อาการทางจิตที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับ SLE มากน้อยแค่ไหน ( เพราะพบหมอ (ก่อนโรคจิตกำเริบ) เพื่อจะเปลี่ยนไปรักษากับหมอ SLE โดยตรง หมอบอกว่ายังไม่เป็นไรเพราะหมอ(โรคไต) ยังสามารถดูได้อยู่หากมีอาการผิดปกติหมอจะจัดการให้เอง)

2. ยาที่กินอยู่ทุกวันตอนนี้คือ
- Calciferol (vit D2) cap. 20,000 units 1 เม็ด
- Prednisoloni tab. 5 mg (วันเว้นวัน) 1 เม็ด
- Caltab - 1000 (Calcium Carbonate) tab. เม็ดสีเหลือง 1,000 mg 1 เม็ด
- Diroquine (Chloroquine Diphosphate) tab. 250 mg 1 เม็ด
อยากทราบว่าตัวยาที่กินอยู่ปัจจุบันนี้ มีผลต่อการรักษาโรค SLE หรือไม่ / อย่างไร
และอาการทางจิตที่เป็นหากเกี่ยวข้องกับ SLE ต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวยาที่กินประจำหรือไม่

3. อาการทางจิตที่เกิดขึ้นในผู้ป่วย SLE อย่างน้องสาวผมเคยมีหรือไม่ ถ้ามีควรได้รับการดูแลรักษาอย่างไร (เพราะตอนนี้เครียดกันทั้งบ้าน)

 

 

ตอบ

- อาการทางระบบประสาทเป็นอาการแสดงอย่างหนึ่งของโรค เอส แอล อี ในกรณีนี้คิดว่าสาเหตุของอาการน่าจะมาจาก เอส แอล อี

- ยาที่ควบคุมโรค เอส แอล อี คือ prednisolone และ chloroquine ส่วน calcium และ vitamin D เป็นยาป้องกันกระดูกพรุนในผู้ทีกิน prednisolone

- ถ้าแนวโน้มอาการทาระบบประสาทแย่ลง อาจพิจารณาปรับยาควบคุมโรค เช่น prednisolone หรือยากดภูมิตัวอื่นเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก

- เคยมี, ส่วนมากจะรักษาร่วมกันกับแพทย์จิตเวช โดยอาศัยยาทางจิตเวช ร่วมกับยาควบคุมโรค เอส แอล อี

พ.ญ.พิณทิพย์