คำถามที่ 188
สวัสดีค่ะคุณหมอ
พี่สาวหนูเป็นโรค SLE มาประมาณ 3 ปีแล้วค่ะ...คือตอนที่รู้ครั้งแรกก็ตกใจ เพราะคุณหมอที่รักษาอยู่ด้วย บอกว่าเป็นโรคพุ่มพวง (ที่เค้าเรียกกัน) คุณหมอก็บอกว่าไม่ใช่โรคน่ากลัวอย่างที่คิดแต่เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาได้...โดยคุณหมอที่รักษา...เดิมประจำอยู่ที่โรงพยาบาลบางปะกอก1 และปัจจุบันได้ย้ายมาประจำอยู่ที่โรงพยาบาลราษฎ์บูรณะ ซึ่งพี่สาวก็ตามมารักษากับคุณหมอค่ะ ก็คือรักษาคุณหมอท่านนี้มาตั้งแต่แรก...
อาการเริ่มแรกก็เป็นผื่นแดงที่หน้าก็เป็นคล้ายปีกผีเสื้อค่ะแต่ก็ได้รับการรักษาเป็นอย่างดี และอาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยช่วง 1 ปีแรกก็จะทานยาควบคุมโรคนี้ ประมาณครั้งละ 12 เม็ด แต่ช่วงหลัง ๆ ก็ลดยาเหลือประมาณ ครึ่งเม็ด และทานอาทิตย์ละประมาณ 2 ครั้งเองค่ะ คุณหมอบอกอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยค่ะ (เป็นเวลา 2ปี)...แต่เมื่อต้นปีนี้มาอาการก็เริ่มไม่ค่อยดีเลยค่ะ เริ่มจากตอนแรกขาพี่เค้าจะบวมมากต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 1 อาทิตย์แหน่ะค่ะ คุณหมอบอกว่า SLE ลงที่ไต...พอออกจากโรงพยาบาลพี่เค้าก็ไปทำงานได้ปกติแต่คุณหมอที่ดูแลประจำส่งไปให้คุณหมอที่ดูแลโรคไตโดยตรง(คือรักษาคู่กันค่ะ) แล้วก็รักษาโรคไตโดยการฉีดยา ซี่งคุณหมอบอกว่ายาที่ให้อาจจะทำให้ผมร่วงและมีอาการข้างเคียงค่ะ...เมื่อให้ยาโรคไตครั้งแรก คุณหมอบอกว่าอาการดีขึ้น แต่ต้องให้ประมาณ 6 ครั้ง...ไตถึงที่หายเป็นปกติ...แต่เมื่อจะให้ยาโรคไตครั้งที่สองก็ไม่สามารถให้ได้ เนื่องจากมีอาการ ไอ และตัวร้อนค่ะ โดยคุณหมอโรคไตบอกว่าจะไม่สามารถให้ยาได้ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง คือร่างกายต้องเป็นปกติ...คุณหมอโรคไตจึงส่งให้คุณหมอที่ดูแล SLE (คุณหมอประจำ)ตรวจ ก็พบว่าเป็นเชื้อราในลำคอและอาจจะเป็นวัณโรค ซึ่งคุณหมอบอกว่าอาจจะเกิดจากยาโรคไต...คุณหมอจึงขอตรวจเสมหะอีกครั้งและระหว่างรอผลตรวจ คุณหมอให้ทานยาเกี่ยวกับโรคปอด แต่เมื่อทานได้ไม่กี่วัน ก็มีอาการคัน และเป็นผื่นแดงเยอะมาก ที่ขา แขน และท้อง แล้วก็อาเจียนตอนกลางคืนอยู่ประมาณ 3-4 วันก็เลยไปให้คุณหมอดู คุณหมอบอกว่าอาจจะเกิดการแพ้ยาโรควัณโรค และคุณหมอก็ยังบอกอีกว่าตอนนี้ตับก็เริ่มอักเสบอีก เนื่องจากทานยามาก ปัจจุบันคุณหมอให้ยาบำรุงตับมาทานอีกและรอพบคุณหมออีกครั้งในอาทิตย์หน้าค่ะ...
ตอนนี้พี่สาวหนูอาการไม่ค่อยดีเลยน้ำหนักลง ทานไม่ค่อยได้ คือทานอะไรก็จะไม่มีรสชาติเลยแล้วตอนนี้ก็พึ่งจะทราบว่าคุณพ่อเป็นโรคมะเร็งปอดอีก แย่เลยค่ะ แต่หนูก็คอยให้กำลังใจตลอดนะคะ เข้าใจแล้วก็เป็นห่วงมากเลยค่ะ... หนูอยากทราบว่าอาการทั้งหมดจะมีโอกาสรักษาหายได้หรือเปล่าคะ...และจะดูแลรักษาอาการทั้งหมดนี้ได้ยังไงดีคะ...อยากให้คุณหมอให้คำปรึกษาค่ะ เพราะหนูไม่อยากให้พี่สาวอาการแย่ลงไปกว่านี้ค่ะ...ขอบพระคุณคุณหมอมาก ๆ ค่ะ
ตอบ
- โรค เอส แอล อี สามารถรักษาได้ ผู้ป่วยที่อาการดีสามารถใช้ชีวิตใกล้เคียงคนปกติทั่วไป เพียงแต่ต้องกินยาเป็นประจำ อย่าขาดยา, หลีกเลี่ยงแสงแดด
- อาการของพี่สาวคุณคือ
1.โรค เอส แอล อี กำเริบที่ไต สามารถรักษาได้ผลค่อนข้างดี
2. การติดเชื้อแทรกซ้อนติดเชื้อที่ปอด ซึ่งถ้าสามารถตรวจพบเชื้อที่แน่นอน เช่น ตรวจเสมหะพบเชื้อวัณโรค หรือเชื้อตัวอื่นสามารถให้ยาที่ตรงกับเชื้อ ก็จะสามารถหายจากโรคนั้นได้
3. การแพ้ยา หรือผลขเงเคียงจากยาสามารถรักษาประคับประคอง จนอาการทุเลา จากนั้นค่อยเริ่มยาใหม่ทีละตัวเพื่อจะได้ทราบว่าแพ้ยาใด แต่คงต้องมั่นใจก่อนว่าติดเชื้ออะไร เพื่อจะใช้ยาไม่มากเกินความจำเป็น
โดยรวมตอนนี้คงต้องรักษาประคับประคองเรื่องแพ้ยาให้ดีขึ้นก่อนระหว่างนี้ก็ตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงของการติดเชื้อ ว่าเกิดจากเชื้อตัวใด จากนั้นก็รักษาโรคติดเชื้อจนคุมได้ระยะหนึ่ง จึงพิจารณารักษาโรค เอส แอล อี แต่ระหว่างนี้ อาจต้องการ prednisolone ขนาดต่ำ เพื่อประคับประคอง เอส แอล อี ไปพลาง ๆ ก่อนค่ะ
พ.ญ.พิณทิพย์
|