คำตอบ การวินิจฉัยโรคไตอักเสบ อาศัยข้อมูลต่อไปนี้ คือ ผู้ป่วยมีอาการบวม
มีความดัน
สูงเล็กน้อยจนถึงสูงมาก มีการทำงานของไตวัดโดยค่าปริมาณครีอะตินีนในเลือด
(serum creatinine) ปกติจนถึงผิดปกติเล็กน้อย ตรวจพบมีเม็ดเลือดแดง
และอัลบูมิน (albumin) รั่วออกมาทางปัสสาวะ ผู้ป่วยโรคไตอักเสบจาก
สาเหตุต่างๆ รวมทั้งจากเอส แอล อี ก็อาจมีอาการแสดงดังกล่าวข้างต้นได้ทั้งนั้น
แต่ผู้ป่วยไตอักเสบจากเอส แอล อี มักมีอาการและความผิดปกติของ
เอส แอล อี ที่ระบบอื่นของร่างกายด้วย เช่น ไข้ ปวดข้อ ผื่นที่หน้า และตามตัว
ภาวะโลหิตจางจากเม็ดโลหิตแดงแตก (hemolytic anemia) หรือมีภาวะเกร็ด
เลือดต่ำลง เป็นต้น และมีผลการตรวจเลือดพบภูมิคุ้มกันผิดปกติ
ผู้ป่วยโรคไตอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชนิดโรคไตอักเสบ ไม่จำเป็นต้องมีอาการ
ดังกล่าวข้างต้น แต่จะมีอาการเฉพาะโรคไตชนิดนั้นๆ แทน เช่น ผู้ป่วยโรค
นิ่วไต ก็อาจมีอาการปวดนิ่วรุนแรงที่หลังหรือเอว ตรวจปัสสาวะพบเม็ดเลือด
แดงมาก ผู้ป่วยโรคกรวยไตอักเสบจากการติดเชื้อ จะมีไข้สูง หนาวสั่น
ปัสสาวะแสบขัด ตรวจปัสสาวะพบเม็ดเลือดขาวมาก เป็นต้น
ผู้ป่วยโรคไตชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคไตอักเสบก็ดี หรือโรคไตอื่นๆ
ก็ดี ถ้าโรคไตนั้นมีความรุนแรงมาก จะนำไปสู่การเกิดภาวะไตวาย และ
ณ จุดนั้น ผู้ป่วยเหล่านี้ก็จะมีอาการของโรคไตวายได้ โดยทั่วไปแพทย์มักใช้
อาการ, ผลการตรวจภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติในน้ำเลือด และผลการตรวจเลือดอื่นๆ
และปัสสาวะเพื่อยืนยันการวินิจฉัย, บอกระยะและความรุนแรงของโรค แต่ถ้า
ผู้ป่วยมีอาการ หรือผลตรวจเลือดและปัสสาวะไม่ชัดเจน แพทย์อาจจำเป็นต้อง
ใช้การเจาะตรวจเนื้อไต (Renal biopsy) เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยและเป็น
แนวทางในการเลือกการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย