1. รักษาโรค SLE โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นโรคต่าง ๆ และให้ยาจำเพาะสำหรับโรค ยาที่รักษา SLE นั้นมีหลายชนิด ตั้งแต่น้อยไปหามาก กล่าวคือ
1.1 ยาต้านเชื้อมาเลเรีย จำพวก chloroquine ใช้ในรายที่อาการไม่รุนแรง เช่น ปวดข้อ มีผื่นขึ้น โดยยังไม่มีพยาธิสภาพภายใน มักจะให้ร่วมกับยาจำพวก เพร็ดนิโซโลน (prednisolone) ทำให้ความต้องการ prednisolone น้อยลงจนอาจสามารถหยุดยา prednisolone ได้ และให้เฉพาะ chloroquine คุมให้โรคอยู่ในระยะสงบ
1.2 ยาพวก corticosteroid มีทั้งยากินและฉีด ในรายที่รุนแรงให้อย่างฉีด สำหรับรายปานกลางให้อย่างกิน เช่น ยา prednisolone ขนาดยาที่ให้ขึ้นกับความรุนแรงของโรค ถ้าเป็นน้อย เช่น ปวดข้อ ผื่นขึ้นโดยไม่มีพยาธิสภาพที่อวัยวะภายในร่วมด้วยให้ขนาดน้อยประมาณ 10-20 มก. ต่อวัน และพยายามลดขนาดลง ในบางรายอาจงดยานี้ไปได้นาน ๆ โดยใช้แต่ยา chloroquine อย่างเดียว ถ้ามีไข้ร่วมด้วย หรือมีพยาธิสภาพของอวัยวะภายในร่วมด้วย ขนาดที่ใช้จะค่อนข้างสูงคือ 1-2 มก./น้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม และค่อย ๆ ลดยาลงเมื่อโรคทุเลาลง
1.3 ยาพวกปรับภูมิคุ้มกัน มีหลายชนิด มักใช้ในกรณีที่โรครุนแรง มีพยาธิสภาพกับอวัยวะภายในร่วมด้วย เช่น ที่สมอง ไต ปอด หัวใจ เป็นต้น ยาดังกล่าวใช้ร่วมกับ prednisolone ขนาดสูงจะช่วยทำให้ความรุนแรงของโรคลดลงได้
1.4 ให้สารอิมมูโนโกลบูรินขนาดสูง ใช้ในรายที่ SLE ดื้อต่อยาอื่น ๆ จะได้ผลประมาณ 60% โดยเฉพาะ SLE ที่มีพยาธิสภาพที่ไตและสมองได้ผลดี ข้อดีของยานี้ช่วยไม่ให้ติดเชื้อง่าย รักษา SLE ที่ดื้อต่อยาอื่น ๆ ได้ แต่ข้อเสียคือ มีราคาแพงมาก
1.5 การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่า เพื่อเอา antibodies หรือผลึกของ antibodies ออกไป เป็นการรักษา SLE ที่มีอาการหนักและรุนแรงมาก เป็นกรรมวิธีที่ต้องใช้ร่วมกับยาปรับภูมิคุ้มกัน
2. การรักษาภาวะแทรกซ้อนทางเลือด
2.1 ให้การรักษาประคับประคอง เช่น ในภาวะที่ผู้ป่วยซีดมาก มีอาการหน้ามืด เป็นลม หัวใจวาย ควรให้เลือดช้า ๆ ในภาวะที่ผู้ป่วยมีเลือดออกจากขาดเกร็ดเลือด ควรให้เกร็ดเลือดเข้มข้น
ข้อควรทราบคือ ในการให้เลือด หรือเกร็ดเลือดจำเป็นต้องให้ยาพวก
corticosteroid เช่น prednisolone ร่วมด้วยเสมอ มิฉะนั้นจะไม่ได้ผล เพราะเมื่อให้เลือดหรือเกร็ดเลือดเข้าไปในร่างกายก็จะถูก
antibodies ที่อยู่ในกระแสเลือดจับและถูกทำลายโดยม้ามหมด ยา prednisolone จะช่วยยับยั้งมิให้ม้ามทำลายเซลล์เม็ดเลือดที่ถูกจับโดย
antibodies
ในกรณีที่มีไข้ต้องหาตำแหน่งติดเชื้อ และให้การรักษาเต็มที่
2.2 การรักษาจำเพาะมีหลายขั้นตอน คือ
2.2.1 ให้ยา corticosteroid เพื่อยับยั้งม้ามมิให้ทำลายเม็ดเลือดที่ถูกเกาะโดย antibodies ขนาดที่ใช้ 1-2 มก./น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม ได้ผลโดยวิธีนี้ประมาณ 20-25%
2.2.2 ให้ยาปรับภูมิคุ้มกัน ร่วมกับ corticosteroid ในรายที่ใช้ corticosteroid อย่างเดียวไม่ได้ผล ยามีหลายตัว ได้ผลประมาณ 50%-60%
2.2.3 ให้อิมมิโนโกลบูรินขนาดสูงทางหลอดเลือดดำ จะไปช่วยปรับภูมิคุ้มกันได้อย่างดี และเพิ่มความต้านทานต่อการติดเชื้อ ซึ่งมีอัตราสูงในผู้ป่วย SLE ที่รักษายาก ใช้ในผู้ป่วยที่ให้การรักษาด้วยยาอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล ได้ผลดีมาก ถึง 70-80% แต่มีราคาแพงมาก
2.2.4
ตัดม้าม เพ่อลดการทำลายเม็ดเลือดแดง และเกร็ดเลือด