ในร่างกายของคนเรานั้นมีเม็ดเลือดขาวอยู่ 5 ชนิด คือ neutrophils, lymphocytes, eosinophils, monocytes และ basophils เซลล์ทั้ง 5 ชนิดนี้ทำหน้าที่ประสานกันในการสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ให้แก่ร่างกาย เซลล์ lymphocytes นั้นมี 2 ชนิด ชนิดแรกเรียกว่า T lymphocytes มีบทบาทสำคัญในการกำจัดเซลล์แปลกปลอมที่เข้าไปในร่างกายโดยตรง ชนิดที่สองเรียกว่า b lymphocytes มีการแบ่งตัวและขยายตัวมากผิดปกติ ทำให้มีการสร้าง antibodies มากผิดปกติ ความผิดปกตินี้นำไปสู่พยาธิสภาพ เพราะทำให้มีการทำลายเซลล์ของตนเองโดย
1. antibodies มีฤทธิต่อต้านเซลล์ของตนเอง (autoantibodies) ได้แก่ ต่อต้านเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด ต่อต้านสารโปรตีนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด เราเรียกว่า circulating anticoagulants
2. antibodies ที่เกิดขึ้นจะรวมกับเนื้อเยื่อส่วนนิวเคลียสของ b lymphocytes ที่ตายไปเกิดเป็นผลึกของ antibody กับนิวเคลียสที่ตายไป เรียกว่า immune complexes สารผลึกดังกล่าวจะเกาะติดกับเซลล์ที่กรุผนังด้านในหลอดเลือด (endothelial cells) การที่มี immune complex ไปเกาะติดกับเซลล์ของผนังหลอดเลือดนั้นส่งผลกระทบมาก เพราะทำให้มีการอักเสบของหลอดเลือดและบริเวณรอบ ๆ หลอดเลือดเกิดขึ้น ทำให้มีมีอาการทางคลินิคตามมา เช่น มีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง มีข้ออักเสบซึ่งมักเป็นข้อเล็ก ๆ ได้ทุกข้อ เป็นต้น
ผลกระทบที่รุนแรงในขั้นต่อไปคือ เมื่อผนังหลอดเลือดถูกเกาะโดย immune complex แล้วจะมีการทำลาย endothelial cells ทำให้ผนังหนาขึ้นจนรูหลอดเลือดตีบลง ทำให้เลือดไหวเวียนไม่สะดวก หรือในกรณีที่เป็นมากจะเกิดลิ่มเลือดอุตัน ส่งผลกระทบให้อวัยวะต่าง ๆ ได้รับเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ มีการขาด oxygen มีการตายของเซลล์ในอวัยวะตามระบบต่าง ๆ ที่เห็นชัดเจนคือ ระบบประสาท ผู้ป่วยอาจมีอาการชัก หมดสติ ความจำและการตัดสินใจต่าง ๆ คลาดเคลื่อน ระบบไต มีอาการบวมที่หน้า ปัสสาวะน้อยลง ไตวายในระยะสุดท้าย ระบบหัวใจล้มเหลว ปอดอักเสบ มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจและปวด ตลอดจนอาการปวดท้องรุนแรงเพราะลำไส้ไม่ทำงาน เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง อาจพบว่า ขา แขน บวม สีคล้ำเนื่องจากมีลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดดำที่ไปเลี้ยงส่วนขาหรือแขนก็ได้
3. ปัจจัยสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่มีผลส่งเสริมการแบ่งตัวขยายตัวของ b lymphocytes ทำให้เกิดโรคหรือโรคกำเริบได้ ได้แก่ ฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้โรคนี้พบในหญิงวัยเจริญพันธุ์มากที่สุด ยาคุมกำเนิดซึ่งมี hormone ดังกล่าว ทำให้โรคกำเริบ จึงต้องหลีกเลี่ยงสำหรับผู้ป่วย SLE สารเคมีที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้โรคกำเริบได้ แสง ultravilolet ซึ่งได้จากแหล่งต่าง ๆ รวมทั้งแสงแดด ทำให้มีการอักเสบของหลอดเลือดบริเวณผิวหนังมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงเพื่อมิให้โรคกำเริบลุกลามต่อไปจนรักษายากขึ้นและนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยเฉพาะการติดเชื้อตามมา