การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องของผู้ป่วยเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการรักษาโรค เอส แอล อี ให้ได้ผลดี การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องทำได้ดังนี้
1. พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดด ตั้งแต่ช่วง 10.00 น.-16.00 น. ถ้าจำเป็นให้กางร่ม ใส่หมวก หรือสวมเสื้อแขนยาวและใช้ยาทากันแดดที่ป้องกันแสงอุลตราไวโอเลต ได้ดี
2. พักผ่อนให้เพียงพอ
3. หลีกเลี่ยงความตึงเครียด โดยพยายามฝึกจิตใจให้ปล่อยวาง ไม่หมกมุ่น ทำใจยอมรับกับโรคและปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น และค่อย ๆ แก้ปัญหาต่าง ๆ ไปตามลำดับ
4. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
5. ไม่รับประทานอาหารที่ไม่สุก หรือไม่สะอาด เพราะจะมีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ง่าย เช่น พยาธิต่าง ๆ หรือแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อไทฟอยด์
6. ดื่มนมสด และอาหารอื่น ๆ ที่มีแคลเซี่ยมสูง เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน
7. ไม่รับประทานยาเองโดยไม่จำเป็น เพราะยาบางตัวอาจทำให้โรคกำเริบได้
8. ป้องกันการตั้งครรภ์ขณะโรคยังไม่สงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกำลังได้ยากดภูมิคุ้มกัน อยู่ แต่ไม่ควรใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดซึ่งมีฮอร์โมนเอสโตรเจน เพราะอาจทำให้โรคกำเริบได้ และไม่ควรใช้วิธีใส่ห่วงด้วยเพราะมีโอกาสติดเชื้อสูงกว่าคนปกติ
9. เมื่อโรคอยู่ในระยะสงบสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และขณะตั้งครรภ์ควรมารับการตรวจอย่างใกล้ชิดมากกว่าเดิม เพราะบางครั้งโรคอาจกำเริบขึ้นระหว่างตั้งครรภ์
10. หลีกเลี่ยงจากสถานที่แออัดที่มีคนหนาแน่น ที่ที่อากาศไม่บริสุทธิ์ และไม่เข้าใกล้ผู้ที่กำลังเป็นโรคติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด เพราะจะมีโอกาสติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้ง่าย
11. ถ้ามีลักษณะที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อ เช่น ไข้สูง หนาวสั่น มีฝีตุ่มหนองตามผิวหนัง ไอเสมหะเหลือง เขียว ปัสสาวะแสบขัด ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
12. หากรับประทานยากดภูมิคุ้มกันอยู่ เช่น อิมูแรน, เอ็นด๊อกแซน ให้หยุดยานี้ชั่วคราวในระหว่างที่มีการติดเชื้อ
13. มาตรวจตามแพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินภาวะของโรค และเพื่อปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสม
14. ถ้ามีอาการผิดปกติที่เป็นอาการของโรคกำเริบ ให้มาพบแพทย์ก่อนนัด เช่น มีอาการไข้ เป็น ๆ หาย ๆ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด บวม ผมร่วง ผื่นใหม่ ๆ ปวดข้อ เป็นต้น
15. ถ้ามีการทำฟัน ถอนฟัน ให้รับประทานยาปฏิชีวนะก่อนและหลังการทำฟันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ทั้งนี้โดยปรึกษาแพทย์