ยาดานาโซล (Danazol) เป็นฮอร์โมนในกลุ่มของฮอร์โมนเพศชายซึ่งมีที่ใช้ในผู้ป่วยลูปัสที่มาด้วยระบบเม็ดเลือด เช่น จำนวนเกร็ดเลือดต่ำ หรือเม็ดโลหิตขาวต่ำ หรือเม็ดเลือดแดงถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะช่วยลดขนาดของยาเพร็ดนิโซโลนที่ใช้ลงได้เร็วขึ้น และการให้ในขนาดต่ำยังช่วยรักษาภาวะสงบของโรคด้วย
ยาซัยโคลสะปอริน (Cyclosporin) เป็นยาที่ใช้กดภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายหรือเปลี่ยนอวัยวะ มีที่ใช้ในขนาดต่ำ ๆ เพื่อช่วยลดขนาดยาเพร็ดนิโซโลนได้เร็วขึ้น หรือในผู้ป่วยลูปัสที่มีอาการทางไตและไม่สามารถให้การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันได้
ยาไมโคฟีโนเลต โมเฟติ (Mycophenolate mofetil) ซึ่งปกติเป็นยาที่ใช้ร่วมกับยาสเตียรอยด์และซัยโคลสะปอริน ในการป้องกันการต่อต้านเนื้อเยื่อในการเปลี่ยนไต โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารพิวรีน ทำให้เกิดการยับยั้งการแบ่งเซลของเซลเม็ดเลือดขาว ในขณะนี้กำลังมีการทดลองใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคลูปัสทั้งในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
ยาทาลิโดมาย (Thalidominde) เป็นยากดระบบประสาท ที่เคยใช้เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน เพื่อรักษาอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงมีครรภ์ แต่ต้องถูกถอนออกจากตลาดในปี พ.ศ. 2504 เนื่องจากพบว่าทำให้เกิดความผิดปกติกับทารก แต่ในปัจจุบันมีการนำยาทาลิโดมายมาใช้ในการรักษาโรคอีกครั้ง ในผู้ป่วยโรคลูปัสโดยส่วนใหญ่ยาทาลิโคมายถูกนำมาใช้ในการรักษาอาการทางผิวหนัง เช่น ผื่น discoid, ชั้นไขมันอักเสบ หรือผื่นผิวหนังลูปัสกึ่งเฉียบพลัน นอกจากอาการทาง ผิวหนังแล้วยาทาลิโดมายยังช่วยรักษาอาการผมร่วงและลดอาการปวดข้ออีกด้วย ทำให้สามารถลดขนาดของยาสเตียรอยด์ที่ต้องใช้ลงได้
การให้ภูมิคุ้มกันผสมทางหลอดเลือด (Intravenous immunoglobulin) มีคุณสมบัติในการช่วยลดการกำจัดเม็ดเลือดที่มีภูมิคุ้มกันจับอยู่ มีรายงานการรักษาด้วยวิธีนี้ในผู้ป่วยลุปัสที่มาด้วยอาการของจำนวนเกร็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน อาการทางระบบประสาท อาการทางไต แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยวิธีนี้สูงมาก และประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย แต่ละอาการไม่แน่นอน ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ที่แน่ชัด และไม่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นหรือใช้วิธีการรักษาอื่นแล้วไม่ได้ผล
การเปลี่ยนถ่ายน้ำเลือด (Plasmapheresis) วิธีการนี้เป็นการรักษาโรค เอส แอล อีโดยการกรองเอาสารเชิงซ้อนทางภูมิคุ้มกัน เช่น ออโตแอนติบอดี้ย์และคอมพลีเม้นท์ ในกระแสเลือดออกไป ผลที่ได้จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แต่จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผู้ป่วยจะกลับมีแอนติบอดี้ย์สูงขึ้นอีก จึงจำเป็นต้องตามมาด้วยการให้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น เพร็ดนิโซโลนหรือซัยโคลฟ้อสฟาไมด์ในขนาดสูง ๆ เป็นชุดทางหลอดเลือดดำ หลังทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลือดจะช่วยให้มีการทำลายเม็ดเลือดขาวที่สร้างภูมิคุ้มกันต่อตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลือด ใช้ในการรักษาโรคลูปัสที่มีอาการรุนแรงมากและเฉียบพลัน เช่น ปอดอักเสบรุนแรงจนมีเลือดออกมาจากถุงลม หรือภาวะไตวายเฉียบพลันและรุนแรงจากไตอักเสบ แต่การทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำเลือดนี้ก็มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง จึงควรเลือกใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นตายเท่ากัน และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น
การปลูกถ่ายไขกระดูก (stem-cell transplant) ใช้ในการรักษาโรค เอส แอล อี ที่มีอาการรุนแรงมาก และใช้วิธีการหรือยาใดๆ ไม่ได้ผลจริง ๆ ขณะนี้ยังมีการใช้รักษาผู้ป่วยโรค เอส แอล อี จำนวนไม่มากนัก เนื่องจากมีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก และไม่ตอบสนองต่อการรักษาไม่มากนัก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการทำการปลูกถ่ายไขกระดูกสูงมาก ๆ และอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ง่าย
ในอนาคตยังมีวิธีการใหม่ ๆ ในการรักษาโรคลูปัสที่กำลังอยู่ในระยะทดลองตามมาอีกหลายอย่างเช่น การผลิตวัคซีนลดภูมิคุ้มกัน, การรักษาโดยวิธีการทางพันธุกรรม (gene therapy) เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าโรคลูปัสเป็นโรคที่มีความสลับซับซ้อนมาก ตั้งแต่อาการและอาการแสดงของโรค การวินิจฉัยโรคตลอดจนถึงการรักษา แพทย์ผู้ดูแลต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ ความช่างสังเกต และความร่วมมือจากผู้ป่วย เพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ มีชีวิตยืนยาวใกล้เคียงปกติมากที่สุด