ยาสเตียรอยด์
การใช้ยาสเตียรอยด์ หรือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์
หรือยารับประทานที่มีชื่อว่า
เพรดนิโซโลน ถือเป็นการปฏิวัติการรักษาโรคลูปัส เพราะเป็นยาที่มีประสิทธิภาพ
ลดอาการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ ในโรคลูปัสได้ดี และออกฤทธิ์เร็วเพียงพอ
ข้อบ่งชี้ในการใช้ยาน้คือโรคลูปัสที่มีอาการอักเสบปานกลางถึงรุนแรงของอวัยวะ
ต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นจากอาการอักเสบของข้อ หรืออาการทางผิวหนังหรือแม้แต่
อาการอักเสบของข้อหรือผิวหนังที่รุนแรงมาก ๆ ก็ใช้ได้ ยาสเตียรอยด์บางครั้ง
สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยโรคลูปัสที่มีอาการรุนแรงได้ แต่ในขณะที่ยาสเตียรอด์เป็น
ยาที่มีคุณอนันต์ แต่ก็เป็นยาที่มีผลข้างเคียงมหันต์เช่นเดียวกัน ผลข้างเคียงของ
ยาสเตียรอยด์ถ้าจะให้เจียระไนออกมาอาจจะเขีนหนังสือได้เป็นเล่ม ๆ ทีเดียว
ที่สำคัญคือ ทำให้เจริญอาหาร รับประทานจุ น้ำหนักขึ้น อ้วน ทำให้ตัวบวมขึ้น
หน้าบวมขึ้น จนกลม ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาลีบลง ในขณะที่ตัวอ้วนขึ้น
ผิวหนังบางลง มีรอยแตกที่ผิวหนัง เป็นรอยแดง ๆ ม่วง ๆ ตามขาแขนหรือผนัง
หน้าท้อง อารมณ์แปรปรวน ตาเป็นต้อกระจก เป็นเบาหวานทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย
กระดูกพรุน อาจทำให้หัวกระดูกยุบได้ ถึงแม้ว่าผลข้างเคียงของยาสเตียรอยด์จะมี
มากมายขนาดนี้ แต่ในการรักษาโรคลูปัสขนาดปานกลางถึงรุนแรง ก็จำเป็นต้องใช้
ยาสเตียรอยด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มแรก อาจต้องใช้ในขนาดสูง ต่อมาพอ
โรคทุเลาลง ค่อยลดขนาดของยาลงมา ให้เหลือน้อยทีสุดที่พอจะควบคุมอาการของ
โรคได้ แล้วพยายามลดขนาดของยาลงเรื่อย ๆ จนสามารถหยุดยาได้โดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ถ้าตัวโรคกำเริบขึ้น ก็อาจจะต้องเพิ่มขนาดของยาสเตียรอยด์ขึ้นตาม
ความรุนแรง แล้วค่อย ๆ ลดขนาดยาลงมาใหม่ แต่เนื่องจากยาสเตียรอยด์ทำให้ผู้ป่วย
ใช้แล้วอาการดีขึ้นเร็ว และรู้สึกสบายขึ้นเร็ว มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ติดการใช้
ยาสเตียรอยด์เหมือนติดยาเสพติด ทำให้ลดยาหรือหยุดยาได้ยาก เคยมีผู้ทำการศึกษา
ในผู้ป่วยที่ใช้ยาสเตียรอยด์แล้วพยายามหยุดยาว่า ระยะเวลาเฉลี่ยที่จะเลิกใช้
ยาสเตียรอยด์ได้อยู่ประมาณ 3.5 ปี ทำให้มีผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงจากการใช้ยา
สเตียรอยด์เกิดขึ้นจำนวนไม่น้อย ผลข้างเคียงบางอย่างแก้ไขยากมาก เช่น
หัวกระดูกข้อสะโพกยุบ ทำให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะโรคลูปัสได้รับความทรมานจาก
อาการปวดข้อสะโพก และในที่สุด ผู้ป่วยส่วนมากจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยน
ข้อสะโพกเทียม ดังนั้นถ้าสามารถลดการใช้ยาสเตียรอยด์ได้จะเป็นการดีที่สุด
ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยอยู่ ผู้ป่วยไม่ควรหยุดรับประทาน
ยาสเตียรอยด์เอง เพราะจะทำให้โรคกำเริบขึ้นได้อีก แทนที่จะหยุดใช้ยา
กลายเป็นต้องไปเริ่มใช้ยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ๆ ใหม่