ยาแอสไพริน และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์

     ผู้ป่วยโรคลูปัสมักมีอาการปวดข้อ  ข้ออักเสบหรือปวดตามกล้ามเนื้อ
จึงมักจะได้รับการรักษาด้วยยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือยา
แอสไพรินขนาดสูง ๆ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ มีประสิทธิภาพ
ในการลดอาการปวดบวมข้อ ปวดกล้ามเนื้อได้ แต่มีผลข้างเคียงต่อกระเพาะ
อาหาร เช่น ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร, ทำให้กระเพาะอาหารทะลุ
หรือมีเลือดออกจากกระเพาะอาหารได้ ดังนั้นการรับประทานยากลุ่มนี้จึงต้อง
มีความระมัดระวัง และอาจจะต้องใช้ลดกรดในกระเพาะอาหาร หรือยาเคลือบ
กระเพาะร่วมด้วย ผลข้างเคียงนี้จะเกิดมากขึ้นเมื่อใช้ยาไปเป็นระยะเวลานาน
นอกจากนี้การใช้ยากลุ่ม NSAID เป็นระยะเวลานาน อาจมีผลต่อการทำงาน
ของไต ทำให้ไตเสื่อมได้ ในระยะแรกที่รับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่
สเตียรอยด์ ผู้ป่วยอาจมีอาการบวมหรือความดันโลหิตสูงขึ้นเนื่องจากมีการเก็บ
เกลือเก็บน้ำไว้ในร่างกายเพิ่มขึ้น ดังนั้นการใช้ยากลุ่มนี้จึงต้องระวังในผู้ป่วย
โรคลูปัสที่มีความดันโลหิตสูง หรือไตอักเสบ ซึ่งถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงสำหรับ
ยาแอสไพรินขนาดยาต่ำ ๆ อาจมีการนำมาใช้ในผู้ป่วยโรคลูปัส เพื่อป้องกันภาวะ
เส้นเลือดอุดตัน ซึ่งอาจจะเกิดจากตัวโรคเองหรือเกิดจากการใช้ยาสเตียรอยด์เป็น
เวลานานมีไขมันในเลือดสูง ซึ่งอาจจะมีการอุดตันเส้นเลือดเกิดขึ้น

     ในปัจจุบันมีการค้นพบยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์รุ่นใหม่ที่มีผล
ข้างเคียงต่อกระเพาะอาหารน้อยลง รับประทานแล้วมีอาการปวดท้องกระเพาะ
หรือเกิดแผลในกระเพาะอาหารน้อยลง แต่ยังคงมีผลต่อไตเช่นเดียวกับยาต้าน
การอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์รุ่นก่อน และที่สำคัญยังทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
และอาการบวมไม่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า อาจทำให้เกิดเส้นเลือด
อุดตันมากขึ้นด้วย ดังนั้นผู้ป่วยโรคลูปัสที่ต้องการใช้ยากลุ่มนี้คงต้องคอยเฝ้าดูผล
ข้างเคียงอย่างใกล้ชิด