ประวัติของโรคลูปัส

     คำว่าลูปัส เป็นภาษากรีกโบราณ แปลว่าสุนัขป่า  แพทย์ในยุคแรกเรียกชื่อนี้จากการที่สังเกตุว่า
ผู้ป่วยมีอาการผื่นแดงที่ผิวหนังบริเวณแก้มและจมูก เป็นรอยแผลที่น่าเกลียดและพุพองบนแก้ม
คล้ายกับ “รอยสุนัขป่ากัด”ในปลายคริสศตวรรษที่ 19 มีการบันทึกทางกายแพทย์ว่าโรคนี้ว่า
มีรูปแบบที่เด่นชัดของอาการเฉพาะโรคที่จัดเป็นโรคได้ คือมีการอักเสบของอวัยวะภายในอื่น ๆ
ของร่างกาย เช่นเดียวกับผิวหนัง โรคนี้จึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อทางการแพทย์ว่า Systemic Lupus
Erythematosus (SLE) หรือเรียกกันในทางสามัญว่า “โรคลูปัส” ในระยะแรกยังเป็นที่เข้าใจว่า
เป็นโรคที่หายาก เนื่องจากมีการรายงานโรคที่มีอาการรุนแรงและชัดเจนอยู่ไม่มากนัก จนกระทั่ง
ปี ค.ศ. 1948 มีกลุ่มแพทย์ที่โรงพยาบาลเมโยคลีนิค ในรัฐมินิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้สาธิตการทดสอบเลือดซึ่งต่อมาใช้เวลาหลายปีในการนำมาประยุกต์ใช้ทางคลีนิคในการวินิจฉัย
โรคลูปัส คือการทดสอบหา “LE cell” (เซล SLE) ซึ่งเมื่อใช้การทดสอบนี้ตรวจเลือดจากผู้ป่วยที่
มีอาการต่าง ๆ ทำให้พบว่ามีผู้ป่วยโรคนี้จำนวนไม่น้อย และพบการค้นพบนี้ยังเปิดทางให้มีการ
ค้นพบแอนติบอดี้ในเลือดแบบอื่น ๆ ของ SLE ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสารแอนติบอดี้ที่ต่อต้านสาร
ดีเอ็นเอ (anti DNA) ที่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1966 ซึ่งกลายมาเป็นการทดสอบสำหรับ SLE
ที่สำคัญมาก
อย่างหนึ่ง