ไต

     ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดที่มักจะได้รับผลกระทบจากโรคลูปัส  ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะ
ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองสารต่าง ๆ จากเลือดในร่างกาย ดังนั้นเมื่อมีสารแอนติบอดี้
จากโรคลูปัสจำนวนมากในเลือด สารแอนติบอดี้เหล่านี้จะจับกับสารของร่างกายที่ร่างกาย
รับรู้ว่ากลายเป็นสารแปลกปลอม แล้วไปกรองออกที่ไตทำให้เกิดไตอักเสบ หรือเส้นเลือด
ในไตเองอาจมีการอักเสบได้ด้วยตัวเอง ประกอบกับไตเป็นอวัยวะที่มีความสามารถจำกัด

การอักเสบที่ไตทำให้เกิดอาการจากการเปลี่ยนแปลง 3 อย่างคือ

1. มีการรั่วของอวัยวะที่ทำการกรองของเสีย และเก็บของดีจากเลือด ดังนั้นจึงทำให้มีการ
รั่วของโปรตีนคล้ายไข่ขาว จากน้ำเลือดออกไปทางปัสสาวะ โปรตีนที่คล้ายไข่ขาวนี้มีหน้าที่
อย่างหนึ่งคือเป็นตัวดึงสารน้ำต่าง ๆ ไว้ในเส้นเลือด ดังนั้นเมื่อมีการสูญเสียโปรตีนชนิดนี้
ออกไปจากเส้นเลือด ออกไปทางปัสสาวะ จึงทำให้ระดับความเข้มข้นของโปรตีนชนิดนี้ใน
น้ำเลือดลดลง เมื่อลดต่ำลงถึงระดับหนึ่งจะไม่สามารถดึงเอาสารน้ำต่าง ๆ ไว้ในเส้นเลือดได้ 
ก็จะมีการรั่วของน้ำออกไปนอกเส้นเลือดออกไปที่เนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ทำให้เกิดอาการ
บวมขึ้น ซึ่งอาการบวมนี้จะเป็นไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก เมื่อยืนมาก เดินมาก หรือนั่ง
ห้อยขาจะบวมที่ขา 2 ข้าง ถ้านอนหลับตื่นมา จะบวมที่ใบหน้าและบริเวณหลังหรือเอว

2. ทำให้มีความดันโลหิตสูง จากการที่อวัยวะบางส่วนของไตรับรู้เสมือนว่าปริมาณ สารน้ำ
ในเลือดลดลงทำให้มีการเพิ่มการเก็บเกลือและน้ำไว้ในร่างกายมากขึ้น ทำให้ยิ่งเกิดอาการ
บวม และในขณะเดียวกันก็ทำให้เส้นเลือดหดตัว เมื่อประกอบกันเข้า ทำให้เกิดภาวะความ
ดันโลหิตสูงขึ้นในร่างกาย แต่ภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีอาการไตอักเสบ ถึงขนาดหนึ่ง

3. เกิดมีการคั่งของของเสีย ที่ควรจะถูกขับออกทางไต แต่เนื่องจากไตอักเสบ จนไตเริ่ม
เสื่อมลงจึงไม่สามารถทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกายทางปัสสาวะได้ดีพอ จึงทำให้
เกิดภาวะคั่งของของเสียในเลือดขึ้นในบรรดาอาการต่าง ๆ ของโรคลูปัส อาการอักเสบของ
ไต เป็นอาการที่ค่อนข้างแฝงเร้นในขณะที่ผู้ป่วยมีอาการผื่นที่หน้าหรือปวดข้อ ผู้ป่วยจะไป
พบแพทย์แต่แรก แต่ผู้ป่วยที่ที่มีอาการไตอักเสบนำมาก่อน อาจจะไม่ได้สังเกต จนกระทั่ง
อาการเป็นมากระดับหนึ่งหรือมากจนเกิดความเสียหายต่อไตมากแล้วก็ได้ กว่าจะไปพบแพทย์
ทำให้เวลากล่าวถึงว่า เป็นโรคลูปัสลงไต มักจะหมายถึงว่าอาการเป็นมากแล้ว นอกจากนี้แล้ว
ในผู้ป่วยโรคลูปัสที่รักษาจนโรคสงบแล้วก็ควรจะยังคงไปรับการตรวจปัสสาวะเป็นระยะ ๆ ทุก
3-6 เดือน เนื่องจากอาการทางไต แสดงออกมาคล้าย ๆ กันคือมีอาการบวม การตรวจ
ปัสสาวะก็ให้ข้อมูลได้จำกัด ดังนั้นผู้ป่วยบางรายที่ช่วงเวลาหนึ่งจำเป้นต้องได้รับการตรวจ
ชิ้นเนื้อไต โดยแพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ สอดเข้าไปในไตเพื่อให้ได้ชิ้นเนื้อขนาดเท่าปลายเข็ม
ออกมา เพื่อนำไปตรวจดูทางพยาธิ ข้อมูลจากการตรวจนี้จะทำให้แพทย์ทราบความรุนแรง
ของไตอักเสบว่ามากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการรักษาให้เหมาะสม
และถูกต้อง ไม่มากไปไม่น้อยไป นอกจากนี้ยังใช้ข้อมูลนี้บอกถึงการพยากรณ์ของโรคของ
ผู้ป่วยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปได้อีกด้วยการเกิดไตอักเสบในผู้ป่วยโรคลูปัสในประเทศต่างๆ
ดูเหมือนจะมีความแตกต่างกันตามเชื้อชาติ ชาวตะวันตก ผิวขาว มีอุบัติการณ์ประมาณ
ร้อยละ 40-50 แต่ในคนผิวดำและคนแถบ เอเซียเช่น จีน ไทย อินเดีย ดูเหมือนจะมีภาวะไต
อักเสบมากกว่าฝรั่ง คือมีอุบัติการณ์สูงถึงประมาณร้อยละ 80 ในการซ่อมแซมตัวเอง 
ดังนั้น การอักเสบที่ไตจึงเป็นภาวะที่รักษาค่อนข้างยาก